คำนวณ Food Cost % และตั้งราคาเมนู
Food Cost % = ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน ÷ ราคาขาย × 100 เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปคือราว 25–35% ของราคาขาย (ขึ้นกับประเภทร้าน) ใส่ต้นทุนต่อจานแล้วรู้ Food Cost % กับกำไรขั้นต้นทันที หรือให้แนะนำราคาขายจากเป้าหมายที่ตั้งไว้
⚠️ กำไรขั้นต้นนี้คิดจากต้นทุนวัตถุดิบเท่านั้น ยังไม่ได้หักค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ แก๊ส และค่าใช้จ่ายอื่น เกณฑ์ 25–35% เป็นค่าประมาณที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่มาตรฐานบังคับ ใช้เป็นแนวทางตั้งราคาเบื้องต้น
วิธีใช้
- เลือกโหมด: หา Food Cost % เมื่อมีราคาขายแล้ว หรือ แนะนำราคาขาย เมื่ออยากตั้งราคาจากเป้าหมาย
- กรอกต้นทุนวัตถุดิบรวมต่อจาน (รวมทุกอย่างที่ลงในจานนั้น เช่น เครื่องปรุง น้ำแข็ง กล่องหรือถุงถ้าเป็นเมนูกลับบ้าน)
- กรอกราคาขายต่อจาน หรือเป้าหมาย Food Cost % (เช่น 30%)
- ดูผลลัพธ์ Food Cost %, กำไรขั้นต้นต่อจาน หรือราคาขายแนะนำที่คำนวณให้ทันที
Food Cost ที่ดีควรเป็นเท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัวตามกฎหมาย แต่เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไป (rule of thumb) คือ food cost ราว 25–35% ของราคาขาย หมายความว่าถ้าขายจานละ 100 บาท ต้นทุนวัตถุดิบควรอยู่ราว 25–35 บาท ส่วนที่เหลือเอาไว้จ่ายค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และเป็นกำไรของร้าน เมนูแต่ละประเภทอาจต่างกัน เช่น เครื่องดื่มมักมีสัดส่วนต้นทุนต่ำกว่าอาหารจานหลัก ให้ดูภาพรวมทั้งร้านประกอบด้วย
อีกตัวเลขที่ควรดูคู่กันคือ prime cost = ต้นทุนวัตถุดิบ + ค่าแรงทั้งหมด เกณฑ์ทั่วไปของอุตสาหกรรมร้านอาหารคือราว 60% ของยอดขาย (ร้านนั่งทานเต็มรูปแบบราว 60–65% ร้านบริการด่วนราว 55–60%) ร้านที่ food cost ต่ำแต่ค่าแรงสูงก็อาจกำไรน้อยได้
ร้านที่จด VAT: ให้คิด food cost จากราคาก่อน VAT (ราคารวม VAT ÷ 1.07) เพราะ VAT ที่เก็บจากลูกค้าต้องนำส่งกรมสรรพากร ใช้ เครื่องคำนวณ VAT ถอด VAT ได้ ส่วนเมนูที่ขายผ่านแอปเดลิเวอรี่ ยอดที่ร้านได้จริงจะลดลงตามค่า GP ลองเช็กด้วย เครื่องคำนวณค่า GP
ตัวอย่างการคำนวณ
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ต้นทุนวัตถุดิบต่อชาม (เส้น เนื้อ ลูกชิ้น น้ำซุป เครื่องปรุง) รวม 30 บาท ขายชามละ 100 บาท
Food Cost % = (30 ÷ 100) × 100 = 30% และกำไรขั้นต้นต่อชาม = ราคาขาย − ต้นทุน = 100 − 30 = 70 บาท ซึ่งอยู่ในช่วงเกณฑ์ทั่วไป
ถ้าใช้โหมด แนะนำราคาขาย: ต้นทุน 30 บาท ตั้งเป้า Food Cost 30% → ราคาขายแนะนำ = 30 ÷ (30 ÷ 100) = 30 ÷ 0.30 = 100 บาท
อยากรู้ว่าต้องขายกี่ชามต่อวันถึงจะคุ้มค่าเช่าและค่าแรง ใช้ เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุน ต่อได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
Food Cost % ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไร
เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไป (rule of thumb) คือราว 25–35% ของราคาขาย ขึ้นกับประเภทร้านและเมนู ถ้าสูงกว่านี้มากกำไรจะบาง ถ้าต่ำกว่ามากให้ตรวจว่าใส่ต้นทุนครบหรือยัง เช่น เครื่องปรุง น้ำแข็ง และบรรจุภัณฑ์ ตัวเลขนี้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ไม่ใช่มาตรฐานบังคับ
Food Cost คำนวณยังไง
Food Cost % = (ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน ÷ ราคาขายต่อจาน) × 100 เช่น ต้นทุน 30 บาท ขาย 100 บาท ได้ Food Cost 30%
อยากได้ Food Cost 30% ต้องตั้งราคาเท่าไร
ราคาขายแนะนำ = ต้นทุนต่อจาน ÷ (เป้าหมาย% ÷ 100) เช่น ต้นทุน 30 บาท เป้าหมาย 30% ราคาขาย = 30 ÷ 0.30 = 100 บาท
Prime cost คืออะไร ควรเป็นเท่าไร
Prime cost = ต้นทุนวัตถุดิบ + ค่าแรงทั้งหมด เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของร้าน เกณฑ์ทั่วไปของอุตสาหกรรมร้านอาหารคือราว 60% ของยอดขาย (ร้านนั่งทานเต็มรูปแบบราว 60–65% ร้านบริการด่วนราว 55–60%) ถ้าเกินนี้มาก มักเหลือไม่พอจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และเป็นกำไร
ร้านที่จด VAT ควรคิด food cost จากราคาไหน
ให้ใช้ราคาขายก่อน VAT เพราะ VAT 7% ที่เก็บจากลูกค้าเป็นเงินที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร ไม่ใช่รายได้ของร้าน เช่น ราคาในเมนู 107 บาทรวม VAT ให้คิด food cost จาก 100 บาท
กำไรขั้นต้นต่างจากกำไรสุทธิอย่างไร
กำไรขั้นต้นต่อจาน = ราคาขาย − ต้นทุนวัตถุดิบ ยังไม่ได้หักค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น กำไรสุทธิที่แท้จริงจะน้อยกว่านี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- FlowAccount — Food Cost คืออะไร (สูตรคำนวณ และช่วง 25–35% ของราคาขาย)
- Restaurant365 — How to Calculate Restaurant Prime Cost (เกณฑ์ prime cost 55–65%)
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: · ตัวเลขเกณฑ์ในหน้านี้เป็นค่าประมาณทั่วไปของธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมาย