คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 (2026)
กรอกรายได้ทั้งปี ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน ระบบจะคำนวณภาษีตามขั้นบันไดให้ทันที พร้อมแสดงอัตราภาษีเฉลี่ยและรายละเอียดแต่ละขั้น
ปีภาษี 2569 (เงินได้ 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2569 ยื่นแบบ ม.ค.–มี.ค. 2570) ใช้อัตราขั้นบันไดเดิม 0–35% ที่ใช้มาตั้งแต่ปีภาษี 2560: เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยกเว้น ส่วนที่เกิน 5 ล้านบาทเสีย 35% ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินเดือนหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท และ ณ 27 ก.ย. 2569 ยังไม่มีมาตรการ Easy E-Receipt สำหรับปีภาษี 2569
⚠️ เป็นการประมาณการเบื้องต้นตามวิธีขั้นบันได ถ้ามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน (เช่น ค้าขาย) รวมตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเทียบกับภาษี 0.5% ของรายได้นั้นด้วย (วิธีที่ 2) ซึ่งเครื่องมือนี้ยังไม่ได้คิดให้ โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนยื่นภาษีจริง
วิธีใช้
- กรอก รายได้ทั้งปี เป็นยอดรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย
- กรอก ค่าใช้จ่าย ที่หักได้: เงินเดือน/ค่าจ้าง หัก 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท · ร้านอาหารหรือปรุงอาหารและเครื่องดื่มขาย หักเหมา 60% หรือตามจริง
- กรอก ค่าลดหย่อนรวม เริ่มต้นที่ 60,000 บาท (ลดหย่อนส่วนตัว) แล้วบวกรายการอื่นจากตารางด้านล่าง เช่น ประกันสังคม คู่สมรส บุตร
- ระบบจะคำนวณ เงินได้สุทธิ ภาษีที่ต้องจ่าย และอัตราภาษีเฉลี่ย ให้อัตโนมัติ
อัตราภาษีขั้นบันได ปีภาษี 2569
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| มากกว่า 5,000,000 | 35% |
ค่าลดหย่อนที่ใช้บ่อย
| รายการ | ลดหย่อนได้ |
|---|---|
| ส่วนตัว | 60,000 บาท |
| คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ | 60,000 บาท |
| บุตร | คนละ 30,000 บาท (บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 คนละ 60,000 บาท) |
| บิดามารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) | คนละ 30,000 บาท |
| เงินสมทบประกันสังคม | ตามที่จ่ายจริง (ปี 2569 สูงสุด 875 × 12 = 10,500 บาท) |
| ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร | ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาทต่อครั้ง |
| เบี้ยประกันชีวิต / ประกันสุขภาพตนเอง | ไม่เกิน 100,000 / 25,000 บาท (รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท) |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อหรือสร้างบ้าน | ไม่เกิน 100,000 บาท |
รายการอื่น เช่น กองทุน SSF, RMF, Thai ESG และเงินบริจาค มีเงื่อนไขเฉพาะ ดูรายละเอียดที่กรมสรรพากร
ตัวอย่างการคำนวณ
พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท รายได้ทั้งปี 360,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 50% ได้ 180,000 แต่ไม่เกิน 100,000 จึงหัก 100,000 บาท ค่าลดหย่อน = ส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคม 10,500 = 70,500 บาท เงินได้สุทธิ = 360,000 − 100,000 − 70,500 = 189,500 บาท ภาษี = (189,500 − 150,000) × 5% = 1,975 บาท
เจ้าของร้านอาหาร รายได้ทั้งปี 1,200,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% = 720,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิ = 420,000 บาท ภาษีขั้นบันได: ช่วง 150,001–300,000 (150,000 × 5%) = 7,500 บาท · ช่วง 300,001–420,000 (120,000 × 10%) = 12,000 บาท รวม 19,500 บาท เทียบวิธีที่ 2: 1,200,000 × 0.5% = 6,000 บาท ซึ่งน้อยกว่า จึงเสียภาษี 19,500 บาท
คำถามที่พบบ่อย
เงินได้สุทธิคำนวณอย่างไร?
เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อนรวม ถ้าผลลัพธ์ติดลบจะนับเป็น 0 แล้วจึงนำเงินได้สุทธิไปคิดภาษีตามขั้นบันได
ภาษีขั้นบันไดคิดอย่างไร?
คิดแยกเป็นช่วง เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินจะเสียภาษีเพิ่มเป็นขั้น ตั้งแต่ 5% จนถึง 35% เฉพาะเงินได้ที่อยู่ในช่วงนั้น ไม่ได้คิดอัตราเดียวกับเงินทั้งก้อน อัตรานี้ใช้มาตั้งแต่ปีภาษี 2560 และยังใช้กับปีภาษี 2569
ค่าลดหย่อนส่วนตัวเท่าไหร่?
ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (ปีภาษี 2569 ยังเท่าเดิม) เครื่องมือตั้งค่าเริ่มต้นไว้ให้ คุณบวกค่าลดหย่อนอื่น เช่น ประกันสังคม คู่สมรส บุตร บิดามารดา ประกันชีวิต เข้าไปในช่องค่าลดหย่อนรวมเพิ่มได้
ใช้ตัวเลขนี้ยื่นภาษีจริงได้ไหม?
เป็นการประมาณการเบื้องต้นตามวิธีขั้นบันไดเท่านั้น ถ้ามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน (เช่น ค้าขาย) รวมตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป กฎหมายให้คำนวณอีกวิธีคือ 0.5% ของรายได้นั้น แล้วเสียตามยอดที่สูงกว่า (ถ้าวิธีนี้ได้ไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับยกเว้น) ซึ่งเครื่องมือนี้ยังไม่ได้คิดให้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนยื่นจริงทุกครั้ง
เงินเดือนและรายได้ร้านอาหารหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร?
เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส (เงินได้ประเภทที่ 1) หักได้ 50% แต่รวมกับเงินได้ประเภทที่ 2 แล้วไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนรายได้จากการทำร้านอาหาร หรือปรุงอาหารและเครื่องดื่มขาย (เงินได้ประเภทที่ 8) เลือกหักตามจริง หรือหักเหมา 60% ของรายได้
ประกันสังคมลดหย่อนภาษีปี 2569 ได้เท่าไร?
หักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง (ประมวลรัษฎากร มาตรา 47) ปี 2569 เพดานเงินสมทบมาตรา 33 เพิ่มเป็น 875 บาทต่อเดือน จึงลดหย่อนได้สูงสุด 10,500 บาท (เดิม 9,000 บาท) ถ้าจ่ายเต็มเพดานครบ 12 เดือน
ปีภาษี 2569 มี Easy E-Receipt หรือช้อปดีมีคืนไหม?
ณ วันที่ 27 กันยายน 2569 ยังไม่มีมาตรการ Easy E-Receipt สำหรับปีภาษี 2569 มาตรการล่าสุดคือ Easy E-Receipt 2.0 สำหรับการซื้อสินค้าและบริการช่วง 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 ลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท และใช้ได้กับปีภาษี 2568 เท่านั้น ถ้ารัฐบาลออกมาตรการใหม่ภายหลัง ให้ตรวจสอบประกาศที่ rd.go.th
ภาษีเงินได้ปี 2569 ต้องยื่นเมื่อไร?
เงินได้ที่ได้รับระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 (มีแต่เงินเดือน) ในเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2570 การยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาเพิ่ม ให้ดูประกาศกรมสรรพากรปีนั้น ส่วนผู้มีรายได้จากการค้าขายหรือธุรกิจ (เงินได้ประเภทที่ 5–8) ที่เข้าเกณฑ์ต้องยื่นแบบ ต้องยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 สำหรับรายได้เดือนมกราคมถึงมิถุนายน ภายในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน โดยหักค่าลดหย่อนได้ครึ่งหนึ่ง และนำภาษีที่จ่ายไปหักตอนยื่นสิ้นปี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมสรรพากร: อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ใช้ตั้งแต่ปีภาษี 2560)
- กรมสรรพากร: การหักค่าใช้จ่าย และ พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 629) ค่าใช้จ่ายเหมาเงินได้ประเภทที่ 8
- กรมสรรพากร: ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 ทวิ, 47, 48, 56, 56 ทวิ (เว็บไซต์กรมสรรพากร)
- กรมสรรพากร: วิธีคำนวณภาษีสิ้นปี (วิธีที่ 2) และ กำหนดเวลายื่นแบบ
- กฎกระทรวงเพดานค่าจ้างประกันสังคม มาตรา 33 (17,500 บาท ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569)
- กรมสรรพากร: ถาม-ตอบ Easy E-Receipt 2.0 (ปีภาษี 2568)
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: